เมียนมาชี้ “กองทัพอาระกัน” คือกลุ่มก่อการร้าย

กองทัพเมียนมาให้เหตุผลถึงการยกระดับความรุนแรงของปฏิบัติการกวาดล้าง “กองทัพอาระกัน” ในรัฐยะไข่ เพราะถือเป็น “กลุ่มก่อการร้าย”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่าพล.ต.ยี ยี ตุน รองประธานคณะกรรมการด้านข่าวสารของกองทัพเมียนมา กล่าวเมื่อวันศุกร์ ว่าการประชุมระหว่างรัฐบาลพลเรือนเมียนมากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเมียนมา เมื่อต้นเดือนนี้ ฝ่ายทหารได้รับคำสั่งโดยตรงจากฝ่ายบริหารภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี ว่ากองทัพอาระกัน ( เอเอ ) ซึ่งก่อเหตุโจมตีฐานประจำการของตำรวจในรัฐยะไข่ สังหารเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 13 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 9 นาย เมื่อวันที่ 4 ม.ค.นั้น “คือกลุ่มก่อการร้าย” ที่ฝ่ายความมั่นคง “ต้องกำจัดให้สิ้นซากด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด”
 
ทั้งนี้ พล.ต.ยี ยี ตุน กล่าวด้วยว่านางซูจีมีความวิตกกังวลว่า หากปล่อยให้เอเอซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธเคลื่อนไหวเช่นนี้ต่อไป ประชาคมโลกจะยิ่งรุมประณามเมียนมาว่า “สองมาตรฐาน” เนื่องจากย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว กองทัพเมียนมาใช้มาตรการ “ขั้นเด็ดขาด” ต่อกองทัพกอบกู้โรฮีนจาแห่งอาระกัน ( อาร์ซา ) ที่เป็นกองกำลังมุสลิม และน่าจะมีความเกี่ยวข้องกันบางอย่าง เนื่องจากเน้นโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกัน

อนึ่ง สถิติของกองทัพเมียนมาระบุการปะทะกับสมาชิกของเอเอ 15 ครั้ง เมื่อปี 2558 แล้วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 26 ครั้งเมื่อปี 2559 ตามด้วย 56 ครั้งเมื่อปี 2560 และ 61 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว ส่วนสถิตินับตั้งแต่เข้าสู่แ 2562 อยู่ที่อย่างน้อย 8 ครั้ง รวมถึงการปะทะในสัปดาห์นี้ ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสังหารสมาชิกของเอเอได้อย่างน้อย 13 คน และยึดอาวุธสงครามพร้อมเครื่องกระสุนปืนได้จำนวนหนึ่งด้วย แม้กองทัพเมียนมาประกาศหยุดยิงใน 5 เขตซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว แต่เป็นพื้นที่ทางเหนือและทางตะวันออกเฉียงเหนือ จึงแน่นอนว่าไม่รวมรัฐยะไข่ที่อยู่ทางตะวันตก.